รีวิว The Witcher: Blood Origin (2022) เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ปฐมบทเลือด

ซีรี่ย์ใหม่ที่หลายๆคนกำลังให้ความสนใจ The Witcher: Blood Origin (2022) เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ปฐมบทเลือด ซีรี่ย์แอคชั่นแอดเวนเจอร์ไซไฟแฟนตาซีสนุกๆ กับเรื่องราวในโลกของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 1,200 ปีก่อนยุคสมัยของเกรอลท์แห่งริเวีย เป็นเวลากว่าพันปีก่อนยุคสมัยของเดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร กลุ่มผู้แปลกแยกเจ็ดคนในโลกของเอลฟ์หันมารวมตัวกันต้านขุมกำลังที่ยากจะหยุดยั้งในภารกิจเลือด

The Witcher: Blood Origin (2022) เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ปฐมบทเลือด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบการเดินทางที่เป็นเหมือนการย้อนเวลาที่น่าตื่นเต้น เพื่อแสดงเหตุการณ์มหากาพย์ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปตลอดกาล นำแสดงโดย  Éile รับบทโดย Sophia Brown เป็นผู้นำอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วย Scían รับบทโดย Michelle Yeoh และ Fjall รับบทโดย Laurence O’Fuarain

ทำให้เราได้เห็นเส้นเรื่องของตัวละครหลักทั้ง 3 รวมถึงความรักที่ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง Éile และ Fjall แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากเผ่าของตนก็ตาม ในทางกลับกัน Scían เป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ของกลุ่มเร่ร่อน และเธอกำลังทำภารกิจสำคัญเพื่อเอาดาบที่ถูกขโมยไปของเผ่าเธอกลับคืนมา ทั้ง 3 คน และตัวละครอื่นๆ ต้องทำงานร่วมกันเพื่อเอาชนะอาณาจักรก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปโดยเนื้อหาหลักใน The Witcher: Blood Origin เป็นเรื่องราวในยุคทองของอาณาจักรของเอลฟ์ก่อนที่จะถูกมนุษย์และอสูรกายยึดครอง

Back To Top