รีวิว The Sandman (2022) เดอะ แซนด์แมน

ซีรี่ย์ดราม่าแฟนตาซี ดัดแปลงมาจากซีรี่ย์หนังสือการ์ตูนชื่อเรื่องเดียวกัน เขียนโดย นีล ไกแมน (Neil Gaiman) และวาดโดยนักวาดหลากหลายคน สร้างความแตกต่างในหน้าตาของหนังสือตอนสู่ตอน โดยเริ่มตีพิมพ์ตอนแรกในปี ค.ศ. 1989 ที่เส้นเรื่องหลักจบลงที่เล่ม 10 เมื่อ ค.ศ. 1996 ภายใต้สำนักพิมพ์ DC Comics และ Vertigo

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ มอร์เฟียส (Morpheus) ราชาแห่งความฝันที่ถูกลักพาตัวออกจากดินแดนของเขา และถูกจองจำไว้บนโลกมนุษย์กว่า 100 ปี ผู้จองจำยังริบเอาเครื่องมือการครองโลกความฝันไปด้วย มอร์เฟียสจึงต้องดั้นด้นผจญภัยตั้งแต่ส่วนที่มืดมิดที่สุดของมนุษย์ไปจนถึงนรกภูมิ เพื่อนำเครื่องมือกลับคืนมาฟื้นฟูแดนแห่งความฝัน

นอกจากเรื่องราวของมอร์เฟียสแล้ว สิ่งที่ไกแมนชอบทำคือการดำเนินเรื่องผ่านเรื่องเล่าพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ ตำนาน ปกรณัมจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกแล้วผูกมันเข้าด้วยกัน เช่น คาอินและอาเบล (Kain and Abel) พี่น้องที่คอยดูแลโลกความฝัน, การปรับบริบทใหม่ให้กับเรื่องเล่าพันหนึ่งราตรี, การเล่าถึงชะตากรรมของเทพเจ้าผู้ไม่เหลือคนบูชาในโลกปัจจุบัน, หรือการใช้ ลูซิเฟอร์ (Lucifer Morningstar) เป็นหนึ่งในศัตรูของเขาที่จะมีบทบาทในเรื่องราวถัดๆ ไป

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องราวในจักรวาลของ The Sandman จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นคนแสดง เพราะก่อนหน้านี้นักล่าปิศาจ คอนสแตนไทน์ (Constantine) หนึ่งในตัวละครหลักในซีซั่นนี้ของ The Sandman ก็เคยมีหนังของตัวเองในปี ค.ศ.2005 และเป็นซีรีส์ในปี ค.ศ.2014 มาแล้ว รวมถึงซีรีส์ Lucifer (ค.ศ.2016) เองก็ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่องแยกของลูซิเฟอร์ ตัวละครที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก The Sandman เล่มแรก

แต่ The Sandman เวอร์ชั่นนี้จะแยกจักรวาลกับทั้งสองเรื่องที่กล่าวมาโดยสิ้นเชิง พร้อมกับแคสต์ตัวละครเหล่านั้นใหม่ โดยลูซิเฟอร์จะรับบทโดย เกวนโดลีน คริสตี (Gwendoline Christie) และไกแมนตั้งใจควบรวมตัวละครคอนสแตนไทน์จาก 2 คนชายและหกญิงในเวอร์ชั่นการ์ตูน เหลือเพียงคนเดียวเป็นหญิงชื่อ โจแฮนนา คอนสแตนไทน์ (Johanna Constantine) แสดงโดย เจนนา โคลแมน (Jenna Coleman)

Back To Top